
สัปดาห์ที่สามที่มาอยู่ที่นี่ เป็นสัปดาห์พักผ่อน เพราะำไม่ได้ทำอะไรมากมาย ไอ้จีกลับเมืองไทยตามไปง้อแฟนมัน ไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ผมไปนิวยอร์ค กลับมาก็ไปอยู่บ้านป้านา (ป้าไอ้จี) ในตัวเมืองแอตแลนต้า บางวันก็ขับรถมาที่ซีดาร์ทาวน์ ซ่อมบ้านที่ลุงเจอรรี่กับป้านาซื้อไว้ (บ้านที่จีมันจะมาอยู่)
คนที่นี่ไม่นิยมสร้างบ้านใหม่กันนัก เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง บ้านส่วนใหญ่กว่า 90% จึงเป็นบ้านเก่าอายุราวๆ 80-100 ปี ที่ขายต่อกันมาเรื่อยๆ บ้านที่ป้านามาซื้อไว้ที่ซีดาร์ทาวน์นี้ก็อายุราวๆ 90 กว่าปีมั้ง
กลางสัปดาห์ ผมกับลุงเจอรรี่ (สามีป้านา)มาซ่อมบ้านกันเช่นเคย คราวนี้เป็นส่วนของครัว เริ่มกันที่แซะพื้นกระเบื้องยางอันเก่าออก แล้วก็แงะพื้นไม้ที่ถูกบุไว้บางส่วนออกไป แล้วก็เลื่อยไม้ชิ้นใหม่ปะลงไปแทน พร้อมทั้งฉาบปูนปรับระดับพื้นให้เสมอกัน อ๊าาา.......อย่าคิดว่าไอ้เจทำไม่เป็นนะึครับ จริงๆแอบแมนกะเค้าบ้างอยู่ แหม ก็กะอีแค่เลื่อยไม้ฉาบปูน ตอกตะปู อย่าคิดว่าหน้าหล่อๆสำอางๆอย่างไอ้เจจะทำไม่เป็นเชียว เครื่องไม้เครื่องมือก็มีพร้อม (มีเยอะเกินไปด้วยซ้ำ)
วันนั้นที่ซ่อมพื้นอยู่ดีๆ ป้าแอน วัย 65 อาศัยอยู่คนเดียวในบ้านข้างๆ ที่เรากำลังซ่อมกันอยู่ เดินแวะมาดู เห็นฝีมือกระผมแล้วเกิดติดใจอยากจะจ้างไปปูพื้นบ้านแกบ้าง แกบอกว่าทำงานละเอียดดี แกมีปัญหากับฝรั่งรับซ่อมบ้านที่นี่ ทำงานไม่ค่อยใส่ใจ แบบว่าทำผ่านๆำไปเท่านั้น
กฎหมายของที่นี่กับเกี่ยวคนชราต่างจากบ้านเราเยอะผมเองก็ไม่รู้มากหรอก เท่าที่ฟังลุงเจอรรี่เล่า ก็ประมาณว่า รัฐเค้ามีงบให้สำหรับคนชราที่มีอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย (ป้าแอนน์ แกมีปัญหาเี่กี่ยวกับหลัง) สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งค่าซ่อมบ้านด้วย ลุงเล่าว่าสามปีก่อนป้าแกก็ไม่รู้ว่ามีแบบนี้หรอก แกบังเอิญไปอ่านเจอในแมกกาซีน เลยโทรไปถามเค้า เค้าก็บอกว่าจะใส่ชื่อป้าแกลงในคิว แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่จะมาซ่อมบ้าน ตอนนั้นแกแจ้งไปในส่วนของผนังบ้าน ลุงบอกว่าถ้าเค้าบอกว่า "จะใส่ชื่อลงในคิว" หมายถึงว่า โยนชื่อลงไปในถังขยะนั่นแหละ ปรากฏว่าสามสี่เดือนต่อมา ป้าแอนน์ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ว่าจะมาซ่อมผนังบ้านให้ เลาะไม้เก่าออก ใส่ไม้ใหม่พร้ิอมทาสีให้อย่างดี เสร็จภายในสามวัน (คือช่างมืออาชีพอะนะ ไม่ใช่ช่างตามท้องถิ่น)โห ดีจัง
จากนั้นเป็นต้นมาเค้าก็จะมีงบประมาณให้แกเบิกมาซ่อมบ้านได้ ภายใต้เงื่อนไขที่เค้ากำหนด มาปีนี้ พื้นบ้านแกทรุดเลยจะซ่อมใหม่ แล้วมาเห็นงานที่ผมทำ แกก็เลยสนใจ (จริงๆ แกก็ไม่ได้อยากได้ผมไปทำมากมายหรอก คือพูดทีเล่นทีจริง แล้วก็ลุงเจอรรี่ก็ไปโม้ว่าผมไม่เคยทำมาก่อน แต่ทำออกมาได้ดี ก้เลยได้มีการเออ ออ กันไป) ครั้งนี้ป้าแอนน์ได้งบมา 3500 $ ป๊าดดดดดดดด อย่างเยอะ เค้าไม่ได้สนใจหรอกว่าป้าแกจะเอามาทำอะไรบ้าง แต่ต้องมีสัญญาจ้างทำงานรวมทั้งบิลค่าใช้จ่ายส่งกลับคืนรัฐไปก็เท่านั้น ลุงเจอรรี่ประมาณค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพื้นของบ้านป้าแอนน์ ว่าน่าจะราวๆ 500-700 $ เท่านั้น ที่เหลือก็จะเป็นค่าจ้าง เพราะว่าป้าแกไม่สามารถอุ๊บอิ๊บเ้อาไว้เองได้ โหหห นั่นก็หมายถึงค่าจ้างคนทำงานก็จะราวๆ 3000 $ เชียวนะ แสนกว่าๆเชียวนะ ไอ้เจน้ำลายไหลย้ิอยเลย
แต่จะทำเรื่องจ่ายได้ก็ราวๆปลายๆเดือน มค โน่น ไอ้เจเลยมีอาการลังเลอยากอยู่ต่อซะงั้น จัดแจงโทรไปสอบถามเรื่องตั๋วเรียบร้อย เลื่อนได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะตั๋วมีอายุสามเดือน ไอ้จีตัวดีก็งก ยุให้ทำ คือ ถ้าทำก็จะมีผมกับมันนั่นแหละที่ต้องทำ มันก็น่าสนนะเนี่ย เพราะมาเที่ยวคราวนี้ก็ใช้เงินไปเยอะ แถมกลับไปยังมีแผนจะพาครอบครัวกว่า 6 ชีวิตไปเที่ยวภูเก็ตซะอีก เอาไงดีหว่า ปลายๆสัปดาห์ได้ข่าวว่าที่บริษัทมีการเลื่อนจ่ายโบนัสออกไปเป็นเดือนมีนาโน่น เวงกำ จริงๆจะเอาเงินโบนัสนั่นแหละพาที่บ้านไปเที่ยวภูเก็ต (ในเดือน กพ) ก็เลยตัดสินใจจะอยู่ต่อล่ะครับ แหะๆ เรื่องเิงินเรื่องใหญ่ แต่ปัญหาคือ ที่ทำงานเค้าจะให้ผมลาต่อไหมเนี่ย ที่ลามาได้เดือนครึ่งนี่ก็อภิสิทธิ์มากมายแล้ว....
